ไทยเพิ่มภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม “เบียร์”

ประเทศไทยได้เพิ่มภาษีสรรพสามิตเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่โดยเฉลี่ยประมาณ 2% ซึ่งรัฐบาลได้กล่าวว่าจะช่วยสร้างรายได้ภาษีเพิ่มเติมอีก 12 พันล้านบาท (360 ล้านเหรียญสหรัฐ) โดยการเพิ่มขึ้นของไวน์นำเข้าที่มีความคมชัดมากที่สุด

Bangkok Post กล่าวว่าภาษีใหม่หรือที่เรียกว่า “ภาษีบาป” ที่เรียกเก็บจากสินค้าที่ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 กันยายน

ภาษีสรรพสามิตก่อนหน้านี้แตกต่างจากภาษีสรรพสามิตเดิมอัตราภาษีใหม่คำนึงถึงทั้งมูลค่าและปริมาณ ตามอัตราภาษีใหม่สำหรับสุรา 45% จะถูกเรียกเก็บตามมูลค่าผลิตภัณฑ์และ 55% จากระดับแอลกอฮอล์ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) และกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า กรมสรรพสามิตนายสมชาย พูลสวัสดิ์ในงานแถลงข่าว               นอกจากนี้ระบบภาษีสรรพสามิตใหม่ยังอิงกับราคาขายปลีกในขณะที่ระบบก่อนหน้านี้อิงจากราคาโรงงานหรือ CIF (ค่าประกันภัยและค่าขนส่ง) พูลสวัสดิ์เขียน           The Nation

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีชาวพุทธส่วนใหญ่แล้วมีการลงโทษภาษีประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยมีภาษีจากไวน์ฝรั่งเศสและอเมริกาเช่นเกือบ 400% ได้แก่ ภาษีสรรพสามิตภาษีเทศบาลภาษีสุขภาพและภาษีนำเข้า

ภาษีนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูงกว่า 1,000 บาทต่อขวดจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 110 บาทซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของเบียร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สูงที่สุดในขณะที่ภาษีจากไวน์ในประเทศที่ผลิตในประเทศจะลดลง 25 บาท ตามกฎใหม่

ภาษีเบียร์เพิ่มขึ้นอีกด้วยเบียร์กระป๋องเพิ่มขึ้น 0.50 บาทและเบียร์บรรจุขวดเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2.66 บาท สำหรับเบียร์ราคาแพงภาษีจะลดลงระหว่าง 0.99 บาทถึง 2 บาท

ในหมวดสุราภาษีสำหรับสุราขาวจะเพิ่มขึ้นระหว่าง 0.84 บาทถึง 3.49 บาท สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น ๆ ที่ผลิตในประเทศมีแอลกอฮอล์อยู่ที่ 28% ABV ภาษีมูลค่าเพิ่ม 8 บาทต่อขวดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 30 บาทและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 40%

ภาษีสำหรับสุรานำเข้าอื่น ๆ เช่น Johnnie Walker Red และ Blue Label Scotch whiskey จะลดลงเล็กน้อยจาก 3 บาทเป็น 26 บาทขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ตามอัตราภาษีใหม่

คุณสมชาย พูลสวัสดิ์กล่าวว่า “ในอนาคตภาษีจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณแอลกอฮอล์ที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณสูงซึ่งต้องเสียภาษีมากขึ้น”

ในประเทศไทย มีผู้ที่ดื่มเหล้าและเบียร์มากกว่าไวน์ ที่ซึ่งเหล้าและเบียร์มีปริมาณแอลกอฮอล์น้อยกว่าไวน์ 1% จากการเก็บสถิติของ WHO

คาดว่าเม็ดเงิน 12 พันล้านบาทจะเข้ามาจากระบบภาษีใหม่ 5 พันล้านบาทคาดว่าจะมาจากเบียร์ 2.5 พันล้านบาทจากเครื่องดื่มรสหวาน 2.1 พันล้านบาทจากบุหรี่และ 2.2 พันล้านบาทจากรถ

คาดว่าคอเบียร์ที่ต้องการดื่มเบียร์นำเข้าจากเมืองนอก ต้องใช้จ่ายเงินมากหน่อย หากว่าอยากจะดื่มเบียร์จริง และถ้าอยากว่าจะประหยัดก็ให้ซื้อเหล้าซื้อเบียร์ของเมืองไทยเอาแล้วกัน จะได้เป็นการช่วยเหลือธุรกิจของคนไทยด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *